TPN เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ปล่อยขบวนรถส่งออกน้ำมันเที่ยวปฐมฤกษ์จากคลังน้ำมันบ้านไผ่ ขอนแก่น เปิดเส้นทางพลังงานไทย–สปป.ลาว ผ่านระบบท่อ 342 กิโลเมตร

ครั้งแรกของการส่งออกน้ำมันจากคลังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยกระดับขอนแก่นจากศูนย์กระจายน้ำมันของภูมิภาค สู่ประตูพลังงานเชื่อมไทยกับตลาดลุ่มแม่น้ำโขง
1 กันยายน 2569 — บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) ปล่อยขบวนรถขนส่งน้ำมันเที่ยวปฐมฤกษ์จากคลังน้ำมันขอนแก่น (Khon Kaen Terminal: KKT) เพื่อส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นับเป็นครั้งแรกที่มีการส่งออกน้ำมันจากคลังน้ำมันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยน้ำมันถูกลำเลียงจากโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เข้าสู่ระบบท่อขนส่งน้ำมันของ TPN ระยะทาง 342 กิโลเมตร มายังคลังน้ำมัน TPN อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ก่อนส่งต่อด้วยรถขนส่งข้ามพรมแดน โดยมี บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (SFL) ผู้ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการประกอบธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้ชื่อคาลเท็กซ์ (Caltex) ในประเทศไทย เป็นผู้ค้าน้ำมันรายแรกที่เปิดเส้นทางส่งออกนี้
การเปิดเส้นทางครั้งนี้ทำให้คลังน้ำมันบ้านไผ่เปลี่ยนบทบาทจาก “ปลายทางของระบบท่อ” ที่รองรับความต้องการภายในประเทศ มาเป็น “จุดตั้งต้นของการส่งออก” ที่เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของไทยเข้ากับตลาดในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

สาระสำคัญ
- ครั้งแรกของภาคอีสาน — การส่งออกน้ำมันจากคลังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยใช้ระบบท่อเป็นแกนหลักในการลำเลียง
- ผู้ค้าน้ำมันรายแรก — บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (SFL) ภายใต้แบรนด์คาลเท็กซ์ เป็นผู้เปิดเส้นทางส่งออกนี้
- Supply Chain เดียวเชื่อมต่อกัน — จากโรงกลั่นในภาคตะวันออก ผ่านระบบท่อ เข้าคลังน้ำมันบ้านไผ่ และต่อด้วยรถขนส่งสู่ชายแดน
- ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ค้าน้ำมัน — ลดระยะทางขนส่งทางถนนจนถึงชายแดน ลดจำนวนเที่ยวรถระยะไกล และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสินค้าคงคลัง
- ประโยชน์ต่อประชาชน — ทุกเที่ยวรถบรรทุกน้ำมันที่ย้ายเข้าสู่ระบบท่อ คือการเพิ่มความปลอดปลอดภัยบนท้องถนนและอากาศที่สะอาดขึ้นสำหรับคนในภูมิภาค
ระบบท่อ: โครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้เส้นทางนี้เป็นไปได้
ระบบท่อขนส่งน้ำมันของ TPN เชื่อมจากอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ผ่านพื้นที่ 5 จังหวัด มายังคลังน้ำมันที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ครอบคลุมระยะทางกว่า 342 กิโลเมตร ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำมันเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ ลดการพึ่งพาการขนส่งทางถนนระยะไกล และเสริมความมั่นคงด้านพลังงานให้กับภูมิภาค
เมื่อนำโครงสร้างพื้นฐานเดิมมาต่อยอดสู่ตลาดส่งออก ระบบท่อจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงส่งน้ำมันถึงผู้บริโภคในประเทศ แต่กลายเป็นต้นทางของห่วงโซ่การค้าพลังงานระหว่างประเทศ สะท้อนยุทธศาสตร์ Maximize Infrastructure Utilization ของ TPN ที่มุ่งสร้างมูลค่าสูงสุดจากสินทรัพย์ที่มีอยู่
ประโยชน์ต่อผู้ค้าน้ำมันที่ต้องการเข้าถึงตลาด สปป.ลาว
การใช้คลังน้ำมันบ้านไผ่เป็นจุดตั้งต้นการส่งออกช่วยให้ผู้ค้าน้ำมัน:
- ลดระยะทางขนส่งทางถนน โดยให้ระบบท่อรับภาระช่วงยาวจากภาคกลางถึงภาคอีสาน แทนการวิ่งรถระยะไกลจากโรงกลั่น
- เพิ่มรอบการหมุนเวียนของรถขนส่ง จากระยะทางที่สั้นลงระหว่างคลังกับด่านชายแดน
- บริหารสินค้าคงคลังได้ยืดหยุ่นขึ้น ด้วยการเก็บน้ำมันไว้ใกล้ตลาดปลายทาง แทนรับน้ำมันจากแหล่งที่ไกลจากตลาด (ภาคกลางและภาคตะวันออก)
- รับสิทธิ์ในคาร์บอนเครดิต ที่เกิดจากการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากรถบรรทุกมาเป็นระบบท่อ ซึ่งเป็นของผู้ใช้บริการ สนับสนุนเป้าหมาย Carbon Neutrality ขององค์กร
ผู้ค้าน้ำมันรายแรกที่ร่วมบุกเบิกเส้นทางนี้
การส่งออกเที่ยวปฐมฤกษ์ครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือของ บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (SFL) บริษัทในเครือ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) และผู้ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการประกอบธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้ชื่อคาลเท็กซ์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันรายแรกที่เลือกใช้คลังน้ำมันบ้านไผ่เป็นจุดตั้งต้นในการส่งออกไปยัง สปป.ลาว
TPN ขอขอบคุณ SFL ที่ให้ความไว้วางใจและร่วมบุกเบิกเส้นทางใหม่นี้ตั้งแต่วันแรก การตัดสินใจของผู้ค้าน้ำมันรายแรกมีความสำคัญเสมอ เพราะเป็นการพิสูจน์ว่าเส้นทางนี้ใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ และเปิดทางให้ผู้ค้าน้ำมันรายอื่นเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ต่อไป
คลังน้ำมันบ้านไผ่เปิดให้บริการแก่ผู้ค้าน้ำมันทุกรายอย่างเท่าเทียม ทั้งสำหรับการกระจายสินค้าภายในประเทศและการส่งออก
ประโยชน์ต่อภาคประชาชนและสิ่งแวดล้อม
เมื่อระบบท่อของ TPN เดินเครื่องเต็มศักยภาพ จะช่วยลดการวิ่งของรถบรรทุกน้ำมันบนถนนได้ถึง 160,000 เที่ยวต่อปี เมื่อนับทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ หรือเฉลี่ยมากกว่า 400 เที่ยวต่อวัน คิดเป็นระยะทางบนถนนที่หายไปเกือบ 50 ล้านกิโลเมตรต่อปี
- ความปลอดภัยบนท้องถนน — รถบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่ลดลงกว่า 400 เที่ยวต่อวัน หมายถึงความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุที่ลดลง และความแออัดของการจราจรที่ลดลง โดยเฉพาะบนเส้นทางที่ผ่านชุมชนและเขตเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- คุณภาพอากาศ — ระยะทางการเดินรถที่ลดลงเกือบ 50 ล้านกิโลเมตรต่อปี ช่วยลดการปล่อยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 5 ทั้งจากไอเสียของเครื่องยนต์ และจากการเสียดสีของยาง เบรก และผิวถนน
- การลดก๊าซเรือนกระจก —การเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากรถบรรทุกมาเป็นระบบท่อที่ระดับ 160,000 เที่ยวต่อปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 53,500 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขสุทธิหลังหักการปล่อยจากการเดินระบบท่อแล้ว เทียบเท่ากับการปลูกป่าประมาณ 45,000 ไร่ โดยคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นเป็นสิทธิ์ของผู้ใช้บริการ
การเปิดเส้นทางส่งออกสู่ สปป.ลาว จะช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ระบบท่อ และเป็นหนึ่งในหนทางที่จะทำให้ประโยชน์เหล่านี้เกิดขึ้นได้เต็มศักยภาพเร็วขึ้น
ทั้งหมดนี้คือความหมายของสิ่งที่ TPN ยึดถือมาตั้งแต่วันแรก “เส้นทางพลังงานสะอาด เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”
มุมมองผู้บริหาร

“การส่งออกน้ำมันจากคลังบ้านไผ่เที่ยวปฐมฤกษ์ในวันนี้ เป็นมากกว่าการปล่อยรถขนส่งออกจากคลัง แต่เป็นการเปิดบทบาทใหม่ให้กับโครงสร้างพื้นฐานของ TPN จากเดิมที่ขอนแก่นเป็นปลายทางของระบบท่อ สู่การเป็นจุดเริ่มต้นในการเชื่อมโยงพลังงานจากประเทศไทยไปยังตลาดในภูมิภาค”
“เรามองว่าขอนแก่นมีศักยภาพที่จะพัฒนาจากศูนย์กลางการกระจายน้ำมันของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไปสู่ Regional Energy Gateway ที่เชื่อมโยงประเทศไทยกับ สปป.ลาว และต่อยอดโอกาสไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้านอื่นในอนาคต
นายณฐนน ฉัตรแก้ว
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด
ก้าวต่อไป
TPN เตรียมพัฒนาศักยภาพของคลังน้ำมันบ้านไผ่และโครงข่ายระบบท่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับทั้งการเติบโตของตลาดภายในประเทศและปริมาณการส่งออกที่จะเพิ่มขึ้น พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายเส้นทางไปยังด่านชายแดนอื่น เพื่อผลักดันขอนแก่นสู่การเป็นหนึ่งใน Regional Energy Gateways ที่สำคัญของประเทศไทย
“Khon Kaen Terminal is no longer just the end of the pipeline. It is becoming a gateway connecting Thailand’s energy infrastructure to the region.”
เกี่ยวกับ บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN)
บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) เป็นผู้พัฒนาและให้บริการระบบขนส่งน้ำมันทางท่อและคลังน้ำมันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ภายใต้โครงการขยายระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566
ระบบท่อของ TPN มีระยะทาง 342 กิโลเมตร เริ่มจากอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ผ่านพื้นที่ 55 ตำบล 18 อำเภอ ใน 5 จังหวัด มายังคลังน้ำมันที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นคลังน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ ความจุถังรวม 157 ล้านลิตร
ปัจจุบัน TPN มีผู้ถือหุ้นหลักคือ บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ถือหุ้นทั้งหมด ในสัดส่วน 55.41% และ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (EGCO) ในสัดส่วน 44.59%
“เส้นทางพลังงานสะอาด เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”

